เหล็กเส้นกลม (Round Bar) มีหน้าตัดเป็นวงกลม ผิวเรียบตลอดทั้งเส้น ผลิตโดยกระบวนการรีดร้อน (Hot Rolling) จากแท่งเหล็กกล้า (Steel Billet) ที่ผ่านความร้อนกว่า 1,200°C แล้วส่งผ่านชุดลูกรีดหลายขั้นตอนจนได้เส้นผ่านศูนย์กลางตามที่กำหนด จากนั้นตัดให้ได้ความยาวมาตรฐาน 10 เมตร หรือ 12 เมตร สำหรับขนาดเล็ก (∅6–9 มม.) อาจมีการพับเพื่อความสะดวกในการขนส่ง ผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2559
ชื่อเรียกอื่น
เหล็กเส้นกลม ได้หลายแบบ ได้แก่ RB (Round Bar), SR24, เหล็กก่อสร้าง, และ เหล็กเสริมคอนกรีต ซึ่งทั้งหมดล้วนหมายถึงสินค้าชนิดเดียวกัน
คุณสมบัติ
เหล็กเส้นกลม SR24 ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Steel) ให้คุณสมบัติหลักดังนี้
- กำลังจุดคราก (Yield Strength) : ≥ 2,400 kgf/cm² — ตัวเลข "24" ในชื่อ SR24 มาจากค่านี้นั่นเอง
- กำลังดึงประลัย (Tensile Strength) : ≥ 3,900 kgf/cm²
- การยืด (Elongation) : ≥ 20% — ค่าสูงหมายความว่าเหล็กสามารถโค้งงอได้มากก่อนขาด เหมาะสำหรับงานดัดขึ้นรูปเป็นปลอกเสาและปลอกคาน
- ความเหนียว (Ductility) : ดีเยี่ยม ดัดงอได้โดยไม่แตก เหมาะกับงานที่ต้องการขึ้นรูปมาก
- ผิวเรียบ : ยึดเกาะคอนกรีตได้น้อยกว่าเหล็กข้ออ้อย แต่เหมาะกับงานที่ต้องการให้เหล็กเลื่อนตัวได้ (เช่น เหล็กปลอก)
การใช้งาน
เหล็กเส้นกลมเหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องการความเหนียวและการดัดขึ้นรูปสูงมากกว่าแรงดึงทั่วไป โดยมีการใช้งานหลักดังนี้
• ปลอกเสาและปลอกคาน (Stirrups)
การใช้งานหลักของเหล็กเส้นกลม คือการดัดเป็นปลอกเสา (Column Stirrup) และปลอกคาน (Beam Stirrup) เพื่อรัดเหล็กหลัก (เหล็กข้ออ้อย) ป้องกันการแตกระแหงของคอนกรีตเมื่อรับแรงเฉือน สินค้าที่นิยมใช้สำหรับงานนี้คือ ∅6 และ ∅9 มม. ซึ่งดัดงอได้ง่ายด้วยมือหรือเครื่องดัด
• งานเหล็กเสริมคอนกรีตทั่วไป
ใช้เสริมแรงในงานคอนกรีตที่ไม่ต้องรับโหลดหนัก เช่น พื้นบาง ผนังบาง รั้ว และงานก่อสร้างขนาดเล็ก โดยเฉพาะเมื่อ แรงดึงสูง ไม่ใช่ข้อกำหนดหลักของโครงสร้าง
• งานเกษตรและโรงงาน
ขนาด ∅12–25 มม. นิยมใช้เป็นเพลาเครื่องจักรขนาดเล็ก โครงเหล็กเบา คอกสัตว์ และโครงร่มกันแดดในไร่-สวน เพราะดัดและเชื่อมง่าย ราคาเข้าถึงได้
• งานตกแต่งและสถาปัตยกรรม
สำหรับงานรั้ว บันไดเหล็ก ราวจับ และเฟอร์นิเจอร์เหล็ก ขนาด ∅9–16 มม. ให้รูปลักษณ์เรียบง่ายสม่ำเสมอ เหมาะกับงานที่ต้องการโชว์ผิวเหล็ก
เหล็กเส้นกลม SR24 เป็นวัสดุก่อสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทชัดเจนในงานคอนกรีตเสริมเหล็ก จุดแข็งของมันคือความเหนียวสูง ดัดงอง่าย และราคาเข้าถึงได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานปลอกเสา-คาน และงานก่อสร้างทั่วไปที่ไม่ต้องการรับโหลดสูงโดยตรง การเลือกใช้ให้ถูกประเภทร่วมกับเหล็กข้ออ้อยจะช่วยให้โครงสร้างแข็งแรงในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เหล็กเส้นกลม กับ เหล็กข้ออ้อย ต่างกันอย่างไร?
A: เหล็กเส้นกลมมีผิวเรียบและกำลังจุดครากต่ำกว่า (SR24 = 2,400 kgf/cm²) เหมาะกับงานดัดขึ้นรูป เช่น ปลอกเสา ปลอกคาน ส่วนเหล็กข้ออ้อยมีซี่ลายที่ผิว ยึดเกาะคอนกรีตได้ดีกว่า กำลังสูงกว่า เหมาะกับเหล็กรับแรงหลัก เช่น เสา คาน พื้น
Q: SR24 หมายความว่าอะไร?
A: SR ย่อจาก Standard Round Bar (เหล็กเส้นกลมมาตรฐาน) ส่วนตัวเลข 24 หมายถึงกำลังจุดคราก ≥ 2,400 kgf/cm² ตามมาตรฐาน มอก. 20-2559
Q: เหล็กเส้นกลม มีขนาดอะไรบ้าง?
A: ขนาดทั่วไปที่มีจำหน่ายได้แก่ ∅6, ∅9, ∅12, ∅16, ∅19, ∅20, ∅25, ∅28 และ ∅32 มม. ความยาวมาตรฐาน 10 และ 12 เมตร ขนาดเล็กอาจมีในรูปแบบม้วน
Q: เหล็กเส้นกลม ใช้ทำปลอกเสาขนาดเท่าไหร่?
A: ปลอกเสาส่วนใหญ่ใช้ ∅6 มม. สำหรับเสาขนาดเล็ก-กลาง และ ∅9 มม. สำหรับเสาขนาดใหญ่หรือรับโหลดมาก ควรออกแบบโดยวิศวกรโครงสร้างเพื่อกำหนดระยะห่างของปลอกที่เหมาะสม
Q: น้ำหนักเหล็กเส้นกลม คำนวณอย่างไร?
A: ใช้สูตร W (กก./ม.) = 0.00617 × D² โดย D คือเส้นผ่านศูนย์กลางในมิลลิเมตร เช่น ∅12 มม. = 0.00617 × 144 = 0.888 กก./ม.
Q: เหล็กเส้นกลม ราคาต่อกิโลกรัม อยู่ที่เท่าไหร่?
A: ราคาเหล็กเปลี่ยนแปลงตามตลาดโลก สอบถามราคาปัจจุบันได้ที่ LINE @MetalMate หรือโทร 082-424-4496 ทีมงานยินดีเสนอราคาที่ดีที่สุด
สร้างบัญชีสำหรับเช็คราคาและสั่งซื้อเหล็ก