เหล็ก IF และ EF แบบไหนทำให้โครงสร้างปลอดภัยกว่า

ในฐานะบริษัทผู้จำหน่ายเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ เราทราบดีว่า “คุณภาพ” ของเนื้อเหล็กคือหัวใจสำคัญของทุกโครงการก่อสร้าง แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเหล็กที่เราใช้กันอยู่ถูกผลิตขึ้นมาอย่างไร?
ในอุตสาหกรรมเหล็กไทย เรามักได้ยินคำว่า “เหล็ก IF” และ “เหล็ก EF” ซึ่งหมายถึงกระบวนการหลอมเหล็กที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจความแตกต่างของสองกระบวนการนี้ และเหตุผลว่าทำไมวิธีการผลิตจึงส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงและความปลอดภัยของโครงสร้างที่คุณกำลังสร้าง

1. ทำความเข้าใจ ‘กระบวนการหลอมเหล็ก’
การผลิตเหล็กโครงสร้างหลัก ๆ นั้น มักจะเริ่มจากการนำเศษเหล็กมาหลอมใหม่ ซึ่งกระบวนการหลอมนี้เองที่เป็นที่มาของคำว่า IF และ EF
• เหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF: Induction Furnace)

– เตาหลอม IF ใช้หลักการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อสร้างความร้อนและหลอมเศษเหล็กให้กลายเป็นน้ำเหล็ก วิธีนี้เป็นที่นิยมเนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า ใช้เวลาในการหลอมเร็วกว่าและมีต้นทุนการผลิตเริ่มต้นที่ต่ำ
จุดเด่น :  รวดเร็ว, ประหยัดพลังงานในบางแง่มุม, เหมาะสำหรับโรงงานขนาดกลางถึงเล็ก
เหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมไฟฟ้า (EF: Electric Arc Furnace)
– เตาหลอม EF ใช้การปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูง (Electric Arc) ระหว่างขั้วไฟฟ้า (Electrode) กับเศษเหล็ก ทำให้เกิดความร้อนสูงมากจนหลอมเหล็ก วิธีนี้เป็นกระบวนการมาตรฐานที่ใช้ในโรงงานเหล็กขนาดใหญ่และมีความทันสมัย
จุดเด่น : สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำสูง, รองรับการหลอมเหล็กในปริมาณมาก, และที่สำคัญที่สุดคือสามารถทำกระบวนการกลั่นเนื้อเหล็กขั้นที่สองได้

2. เจาะลึกความแตกต่าง
ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างเหล็ก IF และ EF ไม่ได้อยู่แค่ “วิธีการหลอม” เท่านั้น แต่คือ “โอกาสในการควบคุมคุณภาพเนื้อเหล็ก” ลองดูตารางด้านล่างเพื่อให้เข้าคุณภาพของเหล็ก IF และ EF มากขึ้น

คุณสมบัติเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)เตาหลอมไฟฟ้า (EF)
การควบคุมสิ่งเจือปนทำได้จำกัดและไม่ทั่วถึงทำได้ดีมากและแม่นยำสูง
ความสม่ำเสมอของเนื้อเหล็กเนื้อเหล็กอาจมีความแข็งแรงไม่เท่ากันตลอดทั้งเส้นเนื้อเหล็กมีความแข็งแรงและคุณสมบัติคงที่
การกลั่นเนื้อเหล็กไม่มีการกลั่นซ้ำ ต้องใช้งานตามที่หลอมได้ทันทีมีขั้นตอนการกลั่นซ้ำ (LRF) ทำให้เหล็ก ‘บริสุทธิ์’ ยิ่งขึ้น
ความมั่นใจในคุณภาพขึ้นอยู่กับคุณภาพเศษเหล็กที่นำมาหลอมเป็นหลักควบคุมคุณภาพได้สูงและสม่ำเสมอ มั่นใจว่าผ่าน มอก.

LRF (Ladle Refining Furnace) คืออะไร?
เตาหลอม EF นั้น มักจะมีขั้นตอนเพิ่มเติมที่เรียกว่า “การกลั่นในทัพพีหลอม” (LRF) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่เตา IF ไม่สามารถทำได้ LRF ช่วยให้วิศวกรสามารถ
กำจัดสิ่งเจือปนอันตราย เช่น กำมะถัน (S) และ ฟอสฟอรัส (P) ที่ส่งผลให้เหล็กเปราะและขาดความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในเหล็กเส้นข้ออ้อย
ปรับส่วนผสมเคมีของโลหะต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้เนื้อเหล็กมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์มาตรฐานที่ต้องการ เช่น เกรด SD40, SD50
*สรุปคือ กระบวนการ EF ที่มี LRF เข้ามาเสริม จึงเป็นวิธีการที่ทำให้ได้ “เหล็กที่มีความบริสุทธิ์สูง” และมีคุณสมบัติทางกลที่สม่ำเสมอและเชื่อถือได้มากกว่า

3.เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย
สำหรับผู้ซื้อและผู้ใช้งาน การทราบความแตกต่างนี้สำคัญอย่างยิ่งเพราะมันหมายถึงความปลอดภัยของโครงสร้าง
ความสม่ำเสมอของมาตรฐาน มอก. – เหล็กที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หมายถึงเหล็กที่มีความแข็งแรงและคุณสมบัติทางเคมีตามที่กฎหมายกำหนด กระบวนการ EF ที่มี LRF นั้น มีความสามารถในการควบคุมคุณภาพให้ผ่านเกณฑ์ มอก. ได้อย่างสม่ำเสมอและมั่นใจกว่า
ความเสี่ยงโครงสร้าง – เหล็กที่ไม่ได้คุณภาพอาจมีสิ่งเจือปนสูง ซึ่งทำให้เหล็กมีความเปราะ เมื่อนำไปใช้งานในโครงสร้างที่ต้องรับแรงแผ่นดินไหวหรือรับน้ำหนักสูง อาจเกิดการแตกหักอย่างกะทันหันได้
การลงทุนเพื่ออนาคต – แม้ว่าเหล็กที่มาจากกระบวนการที่ควบคุมคุณภาพได้ดีอาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่ความมั่นใจในความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนาน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับความปลอดภัยในระยะยาวค่ะ

บทความล่าสุด

วิธีเลือกซื้อเหล็กให้เหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกซื้อเหล็กไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียในระยะยาว การเลือกซื้อเหล็กให้ถูกประเภทการใช้งานจึงไม่เพียงช่วยเรื่องความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและคนทำงานเท่านั้น
มาตรฐานเหล็ก "มอก." มีอะไรบ้าง? รวมความหมายและประเภท
รวมมาตรฐาน มอก. เหล็กครบทุกประเภท ท่อดำ เหล็กกล่อง เหล็กตัวซี เหล็กแผ่น พร้อมความต่าง มอก.บังคับ–ทั่วไป วิธีเช็คเหล็ก มอก. แท้ และมาตรฐาน MiT ฉบับอ่านง่าย ใช้เลือกซื้อได้จริง
เหล็กรูปพรรณรีดร้อนและรีดเย็น ต่างกันอย่างไร? มีอะไรบ้าง?
ถ้าพูดถึงวัสดุก่อสร้างที่แบกรับน้ำหนักอาคาร โรงงาน คลังสินค้า หรือแม้แต่สะพาน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เหล็กรูปพรรณ หรือรู้จักในนาม "เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ"
เหล็กคืออะไร? รวมประเภทเหล็ก เกรด มอก. และการใช้งาน
เหล็กในภาษาไทยส่วนใหญ่ถูกใช้รวมกัน ทั้งที่แท้จริงแล้วเหล็กแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากเลือกใช้งานผิดชนิดหรือผิดเกรดอาจเกิดการสูญเสียได้
เหล็กเกรด SS400 SM400 SM490 SM520 และ ASTM ต่างกันอย่างไร? ควรเลือกแบบไหน?
บทความนี้จะพามาทำความรู้จักเหล็กโครงสร้างมาตรฐาน TIS และ JIS และที่มาของ SS SM ASTM ไปจนถึงข้อแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกเกรดเหล็ก
5 วิธีรับมือราคาเหล็กขึ้นเพราะน้ำมันแพง
จากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นกว่า 68% ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนสมาชิก

สร้างบัญชีสำหรับเช็คราคาและสั่งซื้อเหล็ก

[tbs_otp_form]

เข้าสู่ระบบ