5 วิธีรับมือราคาเหล็กขึ้นเพราะน้ำมันแพง

ถ้าคุณเป็นผู้รับเหมา ฝ่ายจัดซื้อ หรือเจ้าของบ้านที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างในช่วงนี้ คุณคงรู้สึกถึง “แรงกดดัน” ที่ต้นทุนวัสดุพุ่งขึ้นทุกทิศทาง โดยเฉพาะ ราคาเหล็ก ที่อุตสาหกรรมเหล็กไทยเพิ่งประกาศขึ้นราคา 10-15% ในเดือนเมษายน 2569 ทั้งเหล็กเส้น เหล็กแผ่น เหล็กโครงสร้างแทบทุกประเภท

ต้นตอของเรื่องนี้คือ วิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 128 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในต้นเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ราคาดีเซล B7 ในประเทศไทยทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นกว่า 68% ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์

น้ำมันแพงดันราคาเหล็กขึ้นได้จริงหรือ?
งานวิจัยของ S&P Global (Platts) พบว่าราคาน้ำมันกับราคาเหล็กมี ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) เฉลี่ย 0.64 จากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งถือว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลาง-สูง นั่นหมายความว่า เมื่อน้ำมันแพงขึ้น ราคาเหล็กมักจะขยับตามไปด้วย

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธาน ส.อ.ท. และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อธิบายว่าผลกระทบเกิดขึ้น “4 จุด” พร้อมกัน ได้แก่
1. ค่าขนส่งเหล็กในประเทศที่ใช้ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักแพงขึ้น
2. ต้นทุนเชื้อเพลิงในการหลอมและผลิตเหล็กสูงขึ้น
3. ค่าระวางเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศพุ่ง
4. ค่าไฟฟ้าปรับตัวขึ้นตามราคาพลังงาน

ข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า ต้นทุนพลังงานคิดเป็นสัดส่วน 35-50% ของต้นทุนรวม ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ และกระเบื้อง ขณะที่สำหรับอุตสาหกรรมเหล็กโดยเฉพาะ ต้นทุนพลังงานอยู่ที่ 10-15% และวัตถุดิบอย่างเศษเหล็กหรือท่อเหล็ก อยู่ที่ 70-80% ซึ่งราคาวัตถุดิบเหล่านี้ก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันด้วย

ที่สำคัญ ประเทศไทย นำเข้าเหล็กคิดเป็นสัดส่วนถึง 55% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด โดยนำเข้าจากจีนมากถึง 46% ของการนำเข้าเหล็กทั้งหมด (ข้อมูลจาก SteelRadar ปี 2568) ซึ่งหมายความว่าค่าระวางเรือที่แพงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อราคาเหล็กที่คนไทยต้องจ่าย

เทคนิคที่ 1: วางแผนซื้อเหล็กล่วงหน้า — อย่ารอให้ราคาพุ่งแล้วค่อยซื้อ
ในภาวะที่ราคาเหล็กผันผวนสูง การซื้อเหล็กแบบ “ตุนล่วงหน้า” หรือ Forward Buying เป็นกลยุทธ์ที่ผู้รับเหมามืออาชีพใช้กันมาก

หลักการง่ายๆ คือ เมื่อคุณทราบว่าโปรเจกต์ก่อสร้างจะเริ่มในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ให้ จับตาแนวโน้มราคาเหล็กและล็อกราคาไว้ก่อน แทนที่จะรอซื้อตอนเริ่มงาน เพราะในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่ง ผู้ผลิตเหล็กมักประกาศขึ้นราคาเป็นระลอก ตัวอย่างเช่น ในเดือนเมษายน 2569 สภาอุตสาหกรรมประกาศขึ้นราคาระลอกแรก 10-15%

วิธีรับมือ : ติดตามราคาเหล็กรายวัน สอบถามราคาจากผู้จำหน่ายหลายรายเป็นประจำ และเมื่อเห็นราคาที่รับได้ ให้ขอใบเสนอราคาและล็อกราคาทันที บางร้านค้ายินดีให้ล็อกราคาไว้ 7-14 วัน ใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นประโยชน์

เทคนิคที่ 2: ซื้อเหล็กเป็นล็อตใหญ่ — รวมออเดอร์เพื่อขอราคาส่ง
ราคาเหล็กปลีกกับราคาเหล็กส่งต่างกันมาก ยิ่งซื้อจำนวนมากยิ่งได้ส่วนลดต่อตัน ถ้าคุณเป็นผู้รับเหมาที่รับงานหลายโปรเจกต์ ลองพิจารณา รวมออเดอร์หลายโปรเจกต์สั่งซื้อพร้อมกัน เพื่อให้ได้ปริมาณถึงเกณฑ์ราคาส่ง

ข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ระบุว่าประเทศไทยใช้เหล็กรวมประมาณ 16.2 ล้านตันต่อปี (ข้อมูลปี 2568) โดยเหล็กทรงยาว (เหล็กเส้น เหล็กโครงสร้าง) มีปริมาณใช้ 6.1 ล้านตัน ตลาดจึงมีผู้จำหน่ายจำนวนมาก การแข่งขันสูง หมายความว่าคุณมีอำนาจต่อรองราคาได้ โดยเฉพาะเมื่อสั่งซื้อจำนวนมาก

วิธีรับมือ : คำนวณปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า ส่งรายการไปขอใบเสนอราคาจากร้านค้าอย่างน้อย 3-5 ราย แล้วเปรียบเทียบราคาต่อตัน ส่วนลดจำนวนมาก ค่าขนส่ง และเงื่อนไขการชำระเงิน

เทคนิคที่ 3: เลือกร้านที่ “รวมค่าขนส่ง” หรือมีจุดส่งใกล้หน้างาน
ในยุคที่ ดีเซล B7 ราคาสูงกว่า 44 บาทต่อลิตร (หลังรัฐบาลช่วยอุดหนุนช่วงสงกรานต์ 2569)ค่าขนส่งกลายเป็นต้นทุนแฝงที่สำคัญมาก ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมระบุว่าในภาวะปกติ ต้นทุนขนส่งเหล็กคิดเป็นเพียง ~1% ของราคาเหล็ก แต่เมื่อดีเซลขึ้นมากว่า 68% ในเวลา 6 สัปดาห์ ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การเลือกร้านค้าเหล็กที่มีคลังสินค้าหรือจุดกระจายสินค้าใกล้กับหน้างานของคุณ จะช่วยลดค่าขนส่งได้มาก บางรายให้บริการ ส่งฟรีในรัศมีที่กำหนด หรือรวมค่าขนส่งไว้ในราคาเหล็กแล้ว ซึ่งในสภาวะน้ำมันแพง สิ่งนี้สร้างความแตกต่างด้านต้นทุนรวมอย่างชัดเจน

วิธีทำ: ก่อนสั่งซื้อ ให้ถามผู้จำหน่ายว่าคลังสินค้าอยู่ที่ไหน ค่าขนส่งคำนวณอย่างไร มีส่งฟรีหรือไม่ และเปรียบเทียบ “ราคาเหล็กรวมค่าขนส่งถึงหน้างาน” ไม่ใช่แค่ราคาเหล็กหน้าโรงงาน

เทคนิคที่ 4: เลือกเกรดเหล็กให้ตรงงาน — ไม่ Over-spec ไม่สิ้นเปลือง
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการ สั่งเหล็กเกรดสูงเกินกว่าที่งานต้องการ เช่น ใช้เหล็กข้ออ้อย SD40T ในงานที่ SD40 ก็เพียงพอ หรือสั่งเหล็กแผ่นหนากว่าที่วิศวกรออกแบบไว้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนเหล็กสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

ในยุคที่เหล็กทุกประเภทปรับขึ้นราคา 10-15% การเลือกเกรดเหล็กให้ ตรงตามข้อกำหนดของวิศวกร จะช่วยประหยัดงบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องเสียคุณภาพงานแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ห้ามประหยัด เด็ดขาดคือ เหล็ก มอก. (มาตรฐานอุตสาหกรรม) เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. อาจมีน้ำหนักและความหนาต่ำกว่าสเปก ส่งผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง ราคาที่ถูกกว่าจึงอาจแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ไม่คุ้ม

วิธีรับมือ : ปรึกษาวิศวกรหรือผู้ออกแบบถึงข้อกำหนดเกรดเหล็กที่แท้จริง ตรวจสอบว่าเหล็กที่สั่งซื้อมีเครื่องหมาย มอก. ชัดเจน และสั่งซื้อตามแบบก่อสร้างอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการสั่งเกินจำนวน

เทคนิคที่ 5: จับจังหวะตลาด — ซื้อเหล็กช่วงที่ราคามักย่อตัว
ราคาเหล็กมี รอบฤดูกาล (seasonal cycle) ที่ค่อนข้างชัดเจน ช่วงเดือน มกราคม–เมษายน เป็น Peak Season ของอุตสาหกรรมก่อสร้าง (ฤดูแล้ง) ยอดขายเหล็กสูง ราคามักแข็งตัว ขณะที่ช่วง พฤษภาคม–กันยายน เข้าสู่ฤดูฝน ความต้องการเหล็กชะลอลง ราคามักจะ ย่อตัวลง เป็นจังหวะที่เหมาะกับการสั่งซื้อล่วงหน้า

แม้ว่าในปี 2569 จะมีปัจจัยพิเศษจากวิกฤตน้ำมันที่อาจทำให้รอบราคาเปลี่ยนแปลงจากปกติ แต่การ ติดตามราคาเหล็กรายสัปดาห์ ก็ยังเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็น ข้อมูลจาก EIA (สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ) คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent จะเริ่มชะลอตัวจากจุดสูงสุด 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2 ลงมาที่ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 4 ของปี 2569 ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย แรงกดดันต่อราคาเหล็กก็จะเริ่มลดลงตาม

วิธีทำ: กำหนดงบประมาณเหล็กไว้ล่วงหน้า แต่ยืดหยุ่นช่วงเวลาการสั่งซื้อ ติดตามราคาเหล็กรายวันจากหลายแหล่ง ตรวจสอบราคาน้ำมันดิบโลกเป็นประจำ และเมื่อเห็นราคาเริ่มย่อตัว ให้ตัดสินใจซื้อทันทีก่อนที่ราคาจะพุ่งกลับ

คุมงบเหล็กได้ แม้ในยุคน้ำมันแพง
วิกฤตน้ำมันในปี 2569 ส่งผลกระทบต่อราคาเหล็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ ผู้ที่เตรียมตัวดีย่อมรับมือได้ดีกว่า การวางแผนซื้อล่วงหน้า รวมออเดอร์เพื่อขอราคาส่ง เลือกร้านที่มีค่าขนส่งคุ้มค่า เลือกเกรดเหล็กให้ตรงงาน และจับจังหวะตลาด — ทั้ง 5 เทคนิคนี้สามารถช่วยลดต้นทุนค่าเหล็กได้อย่างเป็นรูปธรรม

สิ่งสำคัญที่สุดในภาวะตลาดผันผวนคือ ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา การเช็คราคาเหล็กจากหลายแหล่ง ติดตามราคาน้ำมันโลก และเปรียบเทียบใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจทุกครั้ง จะช่วยให้คุณประหยัดงบได้มากกว่าที่คิด และหากคุณต้องการเช็คราคาเหล็กล่าสุดหรือขอใบเสนอราคา ทักหาเราได้ที่ @metalmate

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

น้ำมันแพง ส่งผลต่อราคาเหล็กอย่างไร?

น้ำมันแพงส่งผลต่อราคาเหล็กผ่าน 4 ช่องทางหลัก คือ ต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิต ค่าขนส่งในประเทศ ค่าระวางเรือนำเข้า และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวตามราคาพลังงาน งานวิจัยของ S&P Global พบว่าราคาน้ำมันกับราคาเหล็กมีค่าสหสัมพันธ์เฉลี่ย 0.64 จากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ในเดือนเมษายน 2569 อุตสาหกรรมเหล็กไทยขึ้นราคา 10-15% จากผลกระทบโดยตรงของวิกฤตน้ำมัน

ช่วงไหนของปีที่ซื้อเหล็กได้ราคาดีที่สุด?

โดยทั่วไป ช่วงเดือนพฤษภาคม–กันยายน (ฤดูฝน) เป็นช่วงที่อุปสงค์เหล็กจากภาคก่อสร้างชะลอตัว ราคาจึงมักย่อตัวลง ขณะที่ช่วงมกราคม–เมษายน เป็น Peak Season ของการก่อสร้าง ราคาเหล็กมักแข็งตัว อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 ปัจจัยวิกฤตน้ำมันอาจทำให้รูปแบบราคาเปลี่ยนจากปกติ จึงควรติดตามราคาอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจ

ซื้อเหล็กอย่างไรให้ได้ราคาดีในยุคต้นทุนสูง?
  1. วางแผนซื้อล่วงหน้าและล็อกราคา
  2. รวมออเดอร์ซื้อจำนวนมากเพื่อขอราคาส่ง
  3. เลือกร้านที่มีจุดส่งใกล้หน้างานหรือรวมค่าขนส่ง
    4.เลือกเกรดเหล็กให้ตรงงาน ไม่สั่งเกินสเปก
  4. จับจังหวะช่วงราคาย่อตัว โดยเปรียบเทียบใบเสนอราคาจากผู้จำหน่ายอย่างน้อย 3-5 รายก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ราคาเหล็กเส้นวันนี้เท่าไหร่?

ราคาเหล็กเส้นเปลี่ยนแปลงทุกวันตามสภาวะตลาด ข้อมูลเดือนมกราคม 2569 เหล็กเส้นอยู่ที่ประมาณ 19,665 บาทต่อตัน แต่หลังจากการขึ้นราคา 10-15% ในเดือนเมษายน 2569 ราคาจึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควรขอใบเสนอราคาจากผู้จำหน่ายโดยตรง เพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำที่สุด ณ วันที่ต้องการซื้อ

บทความล่าสุด

วิธีเลือกซื้อเหล็กให้เหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกซื้อเหล็กไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียในระยะยาว การเลือกซื้อเหล็กให้ถูกประเภทการใช้งานจึงไม่เพียงช่วยเรื่องความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและคนทำงานเท่านั้น
มาตรฐานเหล็ก "มอก." มีอะไรบ้าง? รวมความหมายและประเภท
รวมมาตรฐาน มอก. เหล็กครบทุกประเภท ท่อดำ เหล็กกล่อง เหล็กตัวซี เหล็กแผ่น พร้อมความต่าง มอก.บังคับ–ทั่วไป วิธีเช็คเหล็ก มอก. แท้ และมาตรฐาน MiT ฉบับอ่านง่าย ใช้เลือกซื้อได้จริง
เหล็กรูปพรรณรีดร้อนและรีดเย็น ต่างกันอย่างไร? มีอะไรบ้าง?
ถ้าพูดถึงวัสดุก่อสร้างที่แบกรับน้ำหนักอาคาร โรงงาน คลังสินค้า หรือแม้แต่สะพาน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เหล็กรูปพรรณ หรือรู้จักในนาม "เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ"
เหล็กคืออะไร? รวมประเภทเหล็ก เกรด มอก. และการใช้งาน
เหล็กในภาษาไทยส่วนใหญ่ถูกใช้รวมกัน ทั้งที่แท้จริงแล้วเหล็กแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากเลือกใช้งานผิดชนิดหรือผิดเกรดอาจเกิดการสูญเสียได้
เหล็กเกรด SS400 SM400 SM490 SM520 และ ASTM ต่างกันอย่างไร? ควรเลือกแบบไหน?
บทความนี้จะพามาทำความรู้จักเหล็กโครงสร้างมาตรฐาน TIS และ JIS และที่มาของ SS SM ASTM ไปจนถึงข้อแตกต่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกเกรดเหล็ก
5 วิธีรับมือราคาเหล็กขึ้นเพราะน้ำมันแพง
จากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นกว่า 68% ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนสมาชิก

สร้างบัญชีสำหรับเช็คราคาและสั่งซื้อเหล็ก

[tbs_otp_form]

เข้าสู่ระบบ